ประวัติความเป็นมา และพัฒนาการ
เส้นทางพัฒนาการและประวัติความเป็นมา
เริ่มต้นจากการก่อตั้งศูนย์คติชนวิทยา : ทศวรรษแรกของการเป็นศูนย์คติชนวิทยา
ช่วงทศวรรษแรก พ.ศ. 2510 – ปลายปี พ.ศ. 2519 สมัยที่อาจารย์บุญจันทร์ วงศ์รักมิตร เป็นอธิการวิทยาลัยครูเชียงใหม่ ได้มีการบรรจุวิชาคติชาวบ้าน โดยเน้นเรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สำหรับนักศึกษาวิชาเอกภาษาไทย จึงเริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลแล้ว นำมาจัดนิทรรศการในห้องลายสือไทของภาควิชาภาษาไทย ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวิชาเป็น คติชนวิทยา
พัฒนาสู่การเป็นศูนย์ส่งเสริมและศึกษาวัฒนธรรมล้านนา
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2519 กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดตั้งหน่วยประเคราะห์ทางวัฒนธรรมขึ้นในวิทยาลัยครูทั่วประเทศ
จัดตั้งศูนย์คติชนวิทยาล้านนาไทยขึ้นแทนและจัดแสดงสารสนเทศ (Lanna Thai Folklore Studies Center)
สมัยรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้มีการจัดตั้งเป็น ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้มีสำนักงานที่ทำการชั่วคราวอยู่ที่ตึกหอสมุดชั้น 4 ต่อมาวันที่ 15 กรกฎาคม 2525 ได้ย้ายสถานที่มาอยู่ที่อาคารหอพักชาย 1 (อาคาร 18) จนถึงปัจจุบัน และได้เปิดบริการให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการและการจัดแสดงข้อมูลสารสนเทศ ทุกวันพฤหัสบดี – วันเสาร์
จัดตั้ง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สนับสนุนการผลิตบัณฑิตและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
พ.ศ. 2529 กรมการฝึกหัดครูได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารวิทยาลัยครู โดยจัดให้มีศูนย์และสำนักในวิทยาลัยครู และได้จัดตั้ง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นหน่วยงานส่งเสริมสนับสนุนการผลิตบัณฑิต ในการสนับสนุนการส่งเสริมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
กระทรวงศึกษาได้กำหนดให้ ศูนย์วัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักศิลปวัฒนธรรม
พ.ศ. 2538 ได้มีการเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติวิทยาลัยครูเป็นพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการแบ่งส่วนราชการใหม่ จนกระทั่งวันที่ 27 กันยายน 2542 กระทรวงศึกษาได้กำหนดให้ ศูนย์วัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักศิลปวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ดูแลสิ่งแวดล้อมทางศิลปกรรมและธรรมชาติ ตลอดถึงการสืบสานและเผยแพร่ภูมิปัญญาพื้นบ้านให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กำหนดให้สำนักศิลปวัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม
พ.ศ. 2548 กฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย การจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้ประกาศพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับฎีกา เล่ม 122 ตอนที่ 20 ก ลงวันที่ 8 มีนาคม 2548 กำหนดให้สำนักศิลปวัฒนธรรมเปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม ปฏิบัติหน้าที่เป็นแหล่งส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย สู่สากล บริการวิชาการ และสื่อทันสมัยเพื่อฝึกทักษะทางภาษา พัฒนาความรู้และความสามารถทางด้านภาษาของนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัยและประชาชนในท้องถิ่น ตลอดจนอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม
กำหนดให้สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักศิลปะและวัฒนธรรม
กฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย การจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้ประกาศพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับฎีกา เล่ม 132 ตอนที่ 13 ก ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 กำหนดให้สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมการอนุรักษ์ และการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมล้านนา