ข้อมูลการบริการ

สถาบันล้านนาศึกษา (Lanna Studies) อาคารจัดแสดงพิพิธภัณฑ์กลุ่มชาติพันธ์ล้านนา ประกอบด้วย

img_0425

เรือนอนุสารสุนทร
เรือนอนุสารสุนทรเป็นสถาปัตยกรรมเรือนล้านนาที่สร้างตามแบบของเรือนคำเที่ยง ซึ่งตระกูลชุติมา และตระกูลนิมมานเหมินท์ ได้สร้างเรือนกาแลหลังนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านเรือนโบราณล้านนา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามอาคารและเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดอาคารเทพรัตนราชสุดา ในวันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ดังนี้

บริเวณชั้น 1
ห้องศูนย์ข้อมูลภูมิปัญญาล้านนา
ห้องครัวไทย
ประชาสัมพันธ์
สำนักงาน
ศูนย์ใบลานศึกษา

บริเวณชั้น 2
ไทยวน-ลัวะ
ไทเขิน-ไทยอง
ไทใหญ่-ไทลื้อ
ห้องประชุมเอื้องสายม่านพระอินทร์
ห้องประชุมเล็ก
ห้องอักษรไท
ห้องภูษาอาภรณ์

บริเวณชั้น 3
ภูมิปัญญาพื้นบ้าน อาทิ ภาษาและวรรณกรรมล้านนา ศิลปหัตถกรรม ดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน
แพทย์แผนไทยล้านนาหรือที่เรียกกันว่า “หมอเมือง”
ห้องเกียรติคุณ รวบรวมเกียรติประวัติและความเป็นมาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ซึ่ง พ.ต. เจ้าราชภาติกวงศ์ (คำตัน ณ เชียงใหม่) ได้อุทิศที่ดินเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ให้กับโรงเรียนฝึกหัดครู (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่) และประวัติ ผู้บริหารตั้งแต่ เจ้าชื่น สิโรรส ครูใหญ่คนแรก จนถึงผู้บริหาร คนปัจจุบัน

บริเวณชั้น 4
องค์ความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสน์และเครื่องสักการะล้านนา
เส้นทางการเดินทัพห้องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากเชียงใหม่ไปยังเมืองนาย ประเทศพม่า


วีดีโอแนะนำสถาบันล้านนาศึกษา จากรายการ CMRUInbox โดยงานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ศูนย์การเรียนรู้ในการส่งเสริม การอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม

ศูนย์ใบลานศึกษา มีหน้าที่ในการสำรวจ รวบรวม ปริวรรต และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคัมภีร์ใบลาน พับสา เอกสารหายาก และเอกสารโบราณ (ต้นฉบับและภาพถ่าย) เพื่ออนุรักษ์ ศึกษาและเผยแพร่แก่
ผู้ที่สนใจทั่วไป มุ่งสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลและเชื่อมโยงเครือข่ายการอนุรักษ์และเผยแพร่เอกสารโบราณในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเอกสารสารโบราณทุกชนิด

ห้องศูนย์ข้อมูลภูมิปัญญาล้านนา มีหน้าที่ในการให้บริการข้อมูล องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนบริการสืบค้นหนังสือเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมของล้านนา โดยเปิดให้บริการกับนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ นักวิชาการทั่วไป ตลอดจนบุคคลภายนอกที่สนใจ ในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทางด้านวิชาการ

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ให้กับนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ตลอดจนบุคคลภายนอก

 กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม

– โครงการเพชรราชภัฏ – เพชรล้านนา เพื่อสรรหาครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน ที่มีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญทางด้านศิลปวัฒนธรรมในสาขาต่างๆ ยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น “เพชรราชภัฏ – เพชรล้านนา” ได้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนก่อให้เกิดการสืบสานองค์ความรู้จากภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนา ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่แผ่นดินล้านนา

– โครงการสืบสานประเพณีรดน้ำดำหัวในเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน การแสดงความกตัญญูกตเวที อีกทั้งร่วมกันสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น อันนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นนครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม

– โครงการสืบสานประเพณีในการเข้าร่วมขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ในเทศกาลสงกรานต์
เพื่อก่อให้เกิดการสืบทอด การอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น โดยอัญเชิญพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย “พระพุทธมหาคุณากร” ให้ประชาชนทั่วไปได้สรงน้ำ สักการะพระพุทธรูป และยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ได้มีส่วนร่วมในประเพณีอันดีงาม และเกิดความสามัคคีระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน สมกับเป็น “สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น”

– โครงการฝึกอบรมด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนา เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา และร่วมกันสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาในท้องถิ่นกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างสถาบัน องค์กรชุมชน วัด และสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้และสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

– โครงการจัดทำวารสารทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม “ข่วงผญา” เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจและความถูกต้องในข้อมูลด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของตนเอง และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้
ด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา

กิจกรรมด้านศาสนา

– โครงการบรรพชา อุปสมบท-เนกขัมมะ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นพุทธศาสนิกชนและองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทรงพระราชทาน “ราชภัฏ” ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ผู้เข้าร่วมโครงการได้บำเพ็ญคุณความดีถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และราชวงศ์ ส่งเสริมการปฏิบัติธรรม และส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมสู่คณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในการปฏิบัติธรรม ฝึกจิตภาวนา เจริญกรรมฐานตามหลักพระพุทธศาสนา

– โครงการธรรมศึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาปฏิบัติศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง นำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม รู้จักแยกแยะความดี ความชั่ว ออกจากกัน สร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถาบันการศึกษาและสถาบันทางศาสนา และสร้างคุณลักษณะพึงประสงค์ของนักศึกษาที่ดีเปี่ยมไปด้วยวิชาการและคุณธรรม

– โครงการหล่อเทียนและแห่เทียนเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเข้าใกล้ศาสนามากยิ่งขึ้น

หน่วยอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่

ความเป็นมา
หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่

– ประวัติของหน่วยงาน
สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม และ 28 สิงหาคม 2527 เห็นชอบในหลักการแผนพัฒนาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม โดยเจตนารมณ์ของแผนเน้นการพัฒนาวิธีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมให้เป็นระบบ โดย

ให้มีการศึกษาอบรมและประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจ เพื่อเป็นการป้องกันที่ต้นเหตุ
ให้มีหน่วยงานดูแลและตรวจสอบเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาลุกลามเกินกว่าจะแก้ไขได้
ให้มีมาตรการควบคุมการใช้พื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้การพัฒนาเป็นตามหลักการที่ถูกต้องเหมาะสมและประสานประโยชน์แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติโดยส่วนรวม

ในท้องถิ่นนอกจากจะมีมรดกทางวัฒนธรรมแล้ว ยังมีแหล่งวัฒนธรรมอันควรอนุรักษ์ ซึ่งมีแนวทางอนุรักษ์และดำเนินการในลักษณะเดียวกัน คือ การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม ซึ่งสอดคล้องกับสาระในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 2532 – 2534 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เสนอให้มีการปรับปรุงองค์กร ระดับทางด้านสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมที่มีอยู่แล้วในทุกจังหวัดให้ครอบคลุมสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และต่อมาในปี พ.ศ.2545 รัฐบาลได้มีการพัฒนาระบบราชการ ที่มุ่งเน้นให้มีการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ ซึ่งการบริหารการจัดการในเรื่องสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์และมีผลกระทบซึ่งกันและกัน

ด้วยเหตุนี้ (เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2544 วันที่ 30 มกราคม และ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ตามลำดับ) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเสนอให้คณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อการ เพิ่มบทบาทของหน่วยอนุรักษ์ฯ หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น (Local Units for Conservation of Natural and Cultural Environment: LUCNCE) โดยมีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ความคู่กันไปการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

ดังนั้น จึงมีการยกระดับจากหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม เป็น หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น ใน พื้นที่ 75 จังหวัด (ยกเว้น กรุงเทพมหานคร) ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ 30 แห่ง โรงเรียน 42 แห่ง และสถาบันการพลศึกษา 3 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์ ให้เป็นหน่วยงานในท้องถิ่นที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมให้แก่ประชาชนใน ท้องถิ่น นอกจากนี้ หน่วยอนุรักษ์ฯ ยังทำหน้าที่อบรมและประชาสัมพันธ์ ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม และเป็นหน่วยตรวจสอบดูแลป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมที่ต้นเหตุ

– บทบาทและหน้าที่

บทบาท
หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และศิลปกรรมท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานประสานงานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรามชาติ และสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในท้องถิ่น

หน้าที่
ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น
ศึกษา รวบรวม บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของแหล่งธรรมชาติและศิลปกรรม
ตรวจสอบดูแลสิ่งแวดล้อมโดยรอบแหล่งธรรมชาติ และรายงานสถานการณ์ที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ธรรมชาติและศิลปกรรม ไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แผนงานหลัก 4 แผนงานของหน่วยอนุรักษ์ฯ

แผนงานที่ 1 การบริหารหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น กิจกรรมประกอบด้วย

1) งานคณะกรรมการ

– คณะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ฯ เป็นเลขานุการ

– คณะกรรมการประจำหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น

2) งานสำรวจ ตรวจสอบ และติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม

3) การจัดทำรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น

4) งานขยายเครือข่ายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมในท้องถิ่น

5) การติดตามผลการดำเนินงาน

แผนงานที่ 2 การประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม กิจกรรมประกอบด้วย

1) การศึกษา สำรวจ วิเคราะห์พื้นที่ที่มีคุณค่า ควรแก่การประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

2) การประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

แผนงานที่ 3 การพัฒนาศักยภาพของหน่วยอนุรักษ์ธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น กิจกรรมประกอบด้วย

1) การจัดทำนโยบาย แผนงาน แนวทาง มาตรการในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม

2) การสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม อาทิ การอบรม

การประชุม สัมมนา การประชุมทางวิชาการ

3) การพัฒนาศักยภาพของหน่วยอนุรักษ์ฯ

แผนงานที่ 4 การพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม

กองอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม http://wetland.onep.go.th/onep/ncecd/index.php

ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ต้นรักใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) สืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ : กิจกรรมการขยายพันธุ์พืชและการใช้ประโยชน์จากต้นรักใหญ่ โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม รับผิดชอบกิจกรรม ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ต้นรักใหญ่ เพื่อให้นักศึกษาและประชาชนผู้สนใจทั่วไป ได้รู้จักถึงภูมิปัญญาของการนำรักมาใช้เพื่อให้วัตถุมีสภาพคงทนมีประโยชน์ต่อการใช้งาน เกิดความงดงาม ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ทางศิลปะและแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรม ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงการใช้ประโยชน์จากต้นรักใหญ่และนำไปสู่การอนุรักษ์ต่อไป